รถในตำนาน!!! รถเมล์สาย 2 สมัยพฤษภาทมิฬ ปัจจุบันยังคงวิ่งรับใช้ประชาชน

รถเมล์สาย 2 ในตำนาน สมัยพฤษภาทมิฬ

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา นับว่าเป็นฮือฮาบนโลกออนไลน์หลังชาวเน็ตต่างพากันแห่แชร์ภาพจากทางด้านเพจเฟซบุ๊ก Bangkokbusclub.com ที่มีชื่อว่าชุมชนคนรักรถเมล์ ที่ได้มีการออกมาโพสต์ภาพรถเมล์ที่มีตัวเลขหน้ารถ 3-40193 พร้อมกับการเล่าเรื่องราวย้อนความหลังถึงรถเมล์คันนี้ โดยระบุว่า

รถเมล์สาย 2 ในตำนาน สมัยพฤษภาทมิฬ

ทั้งนี้ทางด้านของรถเมล์คันดังกล่าวก็เป็นของยี่ห้อ HINO ซึ่งก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า นิธิศ เอ รวิวรรณกุล ได้ออกเข้าไปคอมเมนต์ใต้ภาพรถเมล์คันดังกล่าวว่า

รถเมล์สาย 2 ในตำนาน สมัยพฤษภาทมิฬ

เรียกได้ว่า ภาพและข้อความนี้ดังกล่าวนี้ ได้กลายเป็นที่ฮือฮาบนสังคมออนไลน์ในชั่วพริบตา เนื่องมาจากผ่านมาแล้วกว่า 25 ปี แต่ทว่ารถยังคงใช้งานได้เป็นอย่างดี สำหรับวิ่งรับใช้ประชาชนมาจนรวมไปถึงยุคปัจจุบัน ถ้าหากจะเรียกว่าประวัติศาสตร์ก็มีการวิ่งได้ก็คงไม่แปลกอะไรมากมาย

รถเมล์สาย 2 ในตำนาน สมัยพฤษภาทมิฬ

อนึ่ง ถ้าหากย้อนเวลากลับไปในเหตุการณ์ที่มีความขัดแย้งเมื่อปี 2535 ทางด้านของ พล.อ. สุจินดา คราประยูร ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น ที่เคยยืนยันหนักแน่นในหลายๆครั้งว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวหรือรับตำแหน่งใด ๆ ในทางการเมืองอีกเลย แต่ทว่าเหตุการณ์ดังกล่าวก็เปลี่ยนแปลงไป เมื่อทางด้านของ พล.อ. สุจินดา และคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) นั้นได้ทำการรัฐประหารเพื่อยึดอำนาจของ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุผลที่ว่าใน รัฐบาลชุดนี้มีปัญหาคอร์รัปชั่นร้ายแรง และ ทางด้านของพล.อ. สุจินดา ก็ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางเสียงคัดค้านที่ท้วงติงว่าเป็นอย่างมาก พร้อมกับมีการพูดว่าท่านกลืนน้ำลายตัวเอง จนเป็นที่มาของคำว่า “เสียสัตย์เพื่อชาติ” อีกทั้งการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ จนได้นำมาซึ่งประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญดังกล่าวไม่เป็นประชาธิปไตยนั้นเอง

 

ความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อทางด้านของ พล.อ. สุจินดา ในครั้งนั้น ก็ได้ทำให้เกิดการชุมนุมต่อต้านอย่างหนัก โดยมีทางด้านของ พล.ต. จำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรมในขณะนั้น ก็เป็นแกนนำ รวมไปถึง ร.ต. ฉลาด วรฉัตร, นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล, นพ.เหวง โตจิราการ, นพ.สันต์ หัตถีรัตน์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ, น.ส.จิตราวดี วรฉัตร และนายวีระ มุสิกพงศ์  โดยแกนนำใช้วิธีการอดอาหารประท้วง เพื่อให้รัฐบาลของ พล.อ. สุจินดา ให้ออกจากตำแหน่ง

ในคืนวันที่ 17 พฤษภาคม 2535 ที่ผ่านมา ก็ได้นักศึกษาและประชาชนราว 500,000 คน ได้เข้ามาชุมนุมบริเวณท้องสนามหลวง โดยมีการเคลื่อนขบวนหลังจากสนามหลวง ผ่านทางราชดำเนินกลาง เพื่อไปมุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารก็ได้มีการสกัดการเคลื่อนขบวนของประชาชน จนทำให้เป็นเหตุให้มีการปะทะกัน

อีกทั้งยังได้มีการเผาทำลาย สน.นางเลิ้ง จนทำให้ทางรัฐบาลต้องประกาศใช้แผนไพรรีพินาศขั้นที่ 3 นั้นก็คือการปราบปรามขั้นเด็ดขาด หลังจากนั้นทางทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 6,000 นาย พร้อมกับรถถังและรถหุ้มเกราะ จึงได้ปฏิบัติการเข้าสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าฯ โดยมีการระดมยิงผู้ชุมนุมไล่ไปจนถึงกรมประชาสัมพันธ์และโรงแรมรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นผลจากการสลายชุมนุมในครั้งนั้นทำให้นักศึกษาและประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตไปหลายร้อยคน พร้อมกับสูญหายและบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก และเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ถูกเรียกขานและเป็นที่จดจำของประชาชนคนไทยในชื่อว่า “พฤษภาทมิฬ”

แหล่งที่มา : kapook

เรียบเรียงโดย : newsfresh